Crystallize Your Talents

ให้เราเจียระไนเสียงร้องของคุณวันนี้

อ.ศรินทร์ จินตนเสรี

ครูสอนผู้มากประสบการณ์

Experienced teacher

ทุกหลักสูตรออกแบบการสอนโดย อ.ศรินทร์ จินตนเสรี (Ph.D., Musicology, Mahidol University, Thailand และ Master of Art, Choral Conducting, University of Santo Tomas, Philippines) ด้วยประสบการณ์การสอนที่หลากหลาย...

Solo Singing

Group Singing

Play To Sing

Voice Clinic

Vocal Workshop

Choral Arranging

Private Concert

Personal MV

facebook logo-1

Fanpage: Sarin Music Home

Sarin Music Home รู้สึกมีความหวัง

2 hours 58 minutes ago

ร้องเพลงติดขัด…ทำไมต้องจิบน้ำ?

เมื่อการจิบน้ำอาจเป็นความเคยชิน มากกว่าความจำเป็น

Sing to Stay Young | Vocal Science Meets Performing Arts

จากวิดีโอนี้ เราจะเห็นว่าน้ำที่ดื่มเข้าไปเดินทางผ่านหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด โดยร่างกายมีระบบควบคุมสมดุลน้ำอย่างซับซ้อน แต่มีข้อเท็จจริงสำคัญอย่างหนึ่งคือ น้ำที่ดื่มไม่ได้ไหลผ่านเส้นเสียงโดยตรง และไม่ได้ทำให้ผิวเส้นเสียงชุ่มชื้นขึ้นทันทีที่จิบ

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงพฤติกรรมที่พบอยู่บ่อยครั้งในการสอนร้องเพลง โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ

ร้องแล้วลมหมด…จิบน้ำ
ร้องเสียงสูงไม่ขึ้น…จิบน้ำ
เสียงแตก เสียงสะดุด…จิบน้ำ
รู้สึกคอตึงหรือไม่สบาย…ก็จิบน้ำอีก

ที่น่าสนใจคือ นักเรียนบางคนพูดคุยได้เป็นชั่วโมงโดยแทบไม่จิบน้ำ แต่พอเริ่มร้องเพลงกลับหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มแทบทุกครั้งที่ร้องจบ!

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

1. น้ำช่วยเสียงได้จริง แต่ไม่ได้แก้ทุกปัญหา

✅ จริง: การดื่มน้ำอย่างเหมาะสมช่วยดูแลสมดุลน้ำของร่างกายและสนับสนุนสุขภาพเสียง การจิบน้ำยังช่วยบรรเทาอาการปากแห้งหรือความไม่สบายในช่องปากและคอหอยได้

❌ ไม่จริง: จิบน้ำแล้วจะช่วยให้ร้องเสียงสูงขึ้น แก้เสียงแตก หรือทำให้ควบคุมลมหายใจดีขึ้นทันที

ปัญหาเหล่านี้มักต้องพิจารณาวิธีใช้เสียง การจัดการลมหายใจ และการประสานงานของกล้ามเนื้อ ไม่ใช่แก้ด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว

2. รู้สึกคอแห้ง ไม่ได้แปลว่าขาดน้ำเสมอไป

บางครั้งเราพยายามร้องเสียงสูงด้วยแรงมากเกินไป ยกคาง เกร็งคอ หรือพยายามรักษาเสียง Chest-dominant ที่หนักเกินความเหมาะสม จนเกิดความรู้สึกตึง ฝืด หรือระคายเคือง

แล้วก็ตีความว่า “คอแห้ง ต้องดื่มน้ำ”

❌ เข้าใจผิด: ความรู้สึกตึงหรือเจ็บคอเท่ากับเส้นเสียงขาดน้ำ

⚠️ ต้องระวัง: อาการแห้งและระคายเคืองอาจเกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน การใช้แรงร้องมากเกินไปเป็นเพียงหนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้ ไม่ใช่คำอธิบายสำหรับทุกคน

หากร้องแล้วเจ็บ ควรหยุดและประเมินสาเหตุ ไม่ใช่จิบน้ำแล้วฝืนร้องต่อ

3. หรือบางครั้งเราไม่ได้ต้องการน้ำ แต่ต้องการความมั่นใจ?

นี่เป็นอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจในทาง Performance Psychology

เมื่อนักร้องกลัวร้องผิด กลัวครูตำหนิ หรือประหม่าเมื่อต้องร้องต่อหน้าคนอื่น ความกังวลอาจทำให้หายใจเปลี่ยนไป กล้ามเนื้อตึง และปากแห้งได้จริง

การหยิบขวดน้ำขึ้นมาจิบอาจช่วยให้ได้หยุดพัก ตั้งหลัก หรือเลื่อนการร้องที่ตนเองกังวลออกไปชั่วครู่

⚠️ เป็นไปได้ แต่ยังฟันธงไม่ได้: การจิบน้ำในลักษณะนี้อาจเป็น Safety Behavior หรือพฤติกรรมที่ช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย และบางครั้งอาจเป็น Avoidance Behavior หรือการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่กดดันชั่วคราว

เมื่อทำซ้ำบ่อย ๆ ก็อาจกลายเป็นความเคยชินว่า “ถ้าไม่จิบน้ำก่อน ฉันคงร้องไม่ได้”

แต่เราไม่ควรเหมารวมว่าทุกคนที่จิบน้ำบ่อยกำลังกลัวหรือคิดไปเอง เพราะบางคนอาจมีอาการปากแห้งจริง

4. พูดได้เป็นชั่วโมง แต่ร้องเพลงทีไรต้องจิบน้ำ?

ข้อสังเกตนี้ชวนให้ตั้งคำถามว่า เรากำลังกระหายน้ำจริง ๆ หรือเพียงเคยชินกับการหยิบขวดน้ำเมื่อร้องติดขัด?

อย่างไรก็ตาม การร้องเพลงกับการพูดไม่เหมือนกัน ทั้งระดับเสียง ความดัง และระยะเวลาที่ออกเสียงต่อเนื่อง จึงอาจทำให้รู้สึกไม่สบายคอต่างกันได้

✅ สิ่งที่สรุปได้: การจิบน้ำบ่อยไม่ได้พิสูจน์ว่าร่างกายขาดน้ำ

⚠️ สิ่งที่ยังสรุปไม่ได้: การพูดได้นานโดยไม่ดื่มน้ำ ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าความแห้งขณะร้องเป็นเรื่องทางจิตใจทั้งหมด

5. ก่อนจิบน้ำ ลองถามตัวเองสักนิด

เรากระหายน้ำจริงหรือเปล่า? กำลังใช้แรงร้องมากเกินไปไหม? เสียงเริ่มเหนื่อยแล้วหรือยัง? หรือกำลังกังวลว่าจะร้องผิด?

การดื่มน้ำเมื่อกระหายหรือปากแห้งเป็นเรื่องที่เหมาะสม แต่ไม่จำเป็นต้องจิบน้ำทุกครั้งที่ร้องติดขัด โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจมีอาการปากแห้งจากยา หรือมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณน้ำตามคำแนะนำของแพทย์

Water supports vocal health, but it cannot replace vocal technique.

น้ำช่วยดูแลสุขภาพเสียง แต่ไม่สามารถทดแทนเทคนิคการร้องเพลงได้

สำหรับ Sing to Stay Young เราไม่ได้ต้องการให้นักเรียนเลิกจิบน้ำ แต่ต้องการให้เรียนรู้ว่า ความรู้สึกของเราเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเกี่ยวกับสาเหตุเสมอไป

เพราะการร้องเพลงที่ดี ไม่ใช่แค่ร้องให้ได้ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย เสียง และจิตใจของเรา

---

วิเคราะห์และเรียบเรียงโดย
อาจารย์ศรินทร์ จินตนเสรี
Ph.D. Musicology
โครงการ Sing to Stay Young

Sarin Music Home

3 days 10 hours ago

🎓🎶 จากความรักในเสียงเพลง…สู่การค้นพบเสน่ห์ของเพลงพื้นบ้านไทย

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ผมได้เข้ารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตอย่างเป็นทางการครับ ขอขอบคุณทุกคำอวยพร ของขวัญ และความยินดีจากทุกท่านมาก ๆ นะครับ ❤️

โอกาสนี้ทำให้ผมได้นึกย้อนถึงงานดุษฎีนิพนธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ไปตั้งแต่ปี 2562 เวลาผ่านมา 7 ปี ความรู้และประสบการณ์หลายอย่างก็ค่อย ๆ ตกตะกอน ทำให้วันนี้ผมมองเห็นคุณค่าของงานวิจัยชิ้นเดิมในมุมที่ต่างออกไป

เดิมทีผมเรียนดนตรีตะวันตก โดยเฉพาะการขับร้องประสานเสียงมาตลอด ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาศึกษาเพลงพื้นบ้านไทยอย่างจริงจัง แต่เมื่อเริ่มค้นคว้า ก็ได้พบกับเสน่ห์ของเพลงลำตัด เพลงเรือ เพลงฉ่อย เพลงเกี่ยวข้าว เพลงอีแซว เพลงพิษฐาน เพลงรำโทน และเพลงกล่อมเด็ก ทั้งการร้องโต้ตอบ การด้นกลอน จังหวะสนุก ๆ และภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ในบทเพลง 🌾

งานของผมเป็น งานวิจัยสร้างสรรค์ทางดนตรี ไม่ใช่เพียงการเขียนดุษฎีนิพนธ์ แต่มีการนำเพลงพื้นบ้านมาสร้างสรรค์เป็นบทเพลงประสานเสียง ทดลอง ฝึกซ้อม ปรับแก้ และแสดงจริงด้วย

ที่น่าดีใจคือ สมาชิก Sarin Music Home หลายท่านเคยร่วมเป็นนักร้องและมีส่วนช่วยให้งานวิจัยนี้เกิดขึ้นจริง ผมยังจำช่วงเวลาที่เราทดลองและซ้อมเพลงด้วยกันได้ และอยากขอบคุณทุกท่าน รวมถึงครูบาอาจารย์ ครูเพลงพื้นบ้าน และผู้ที่ช่วยเหลือผมมาตลอดครับ 🙏

เมื่อก่อนผมอาจมองงานนี้ในแง่การสร้างสรรค์ผลงานทางดนตรีเป็นหลัก แต่วันนี้ผมคิดถึงเรื่อง การอนุรักษ์และต่อยอดเพลงพื้นบ้านไทย มากขึ้น เพราะการอนุรักษ์ไม่ควรเป็นเพียงการเก็บเพลงไว้ในตำรา แต่ควรทำให้เพลงเหล่านี้ยังมีคนร้อง มีคนเรียนรู้ และมีชีวิตอยู่ในสังคมต่อไป

ผมจึงอยากนำความรู้บางส่วนกลับมาแบ่งปันกับสมาชิกบ้านดนตรีของเรา โดยเฉพาะกิจกรรมง่าย ๆ อย่างการร้องรับส่ง ร้องลูกคู่ ปรบมือเข้าจังหวะ หรือสนุกกับการแต่งคำร้องและเล่นคำคล้องจอง ไม่ต้องมีพื้นฐานก็ร่วมสนุกได้ครับ 😊

ผมอาจไม่ได้ร้องเพลงพื้นบ้านเก่งเหมือนพ่อเพลงแม่เพลงตัวจริง แต่ยินดีแบ่งปันสิ่งที่ได้ศึกษาและเรียนรู้มา เผื่อจะช่วยให้ทุกท่านได้ค้นพบเสน่ห์ของเพลงพื้นบ้านในแบบของตัวเอง

7 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผมรู้ว่างานวิจัยไม่ได้จบลงในวันที่สอบป้องกันผ่าน แต่ความรู้ยังสามารถเติบโตและนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้เสมอ

ใครสนใจเพลงพื้นบ้านไทย ไม่ว่าจะอยากลองร้อง ลองแต่ง หรือแค่อยากมาฟังและเรียนรู้ ก็มาสนุกด้วยกันที่บ้านดนตรีนะครับ 🎶

อ. ศรินทร์ จินตนเสรี
PhD, Musicology

Sarin Music Home

Sarin Music Home รู้สึกคิดบวก

1 week 5 days ago

🌏 1 ตุลาคม 2569 | วันผู้สูงอายุสากล
🎶 9 เรื่องง่าย ๆ เพื่อดูแล “เสียง” ของผู้สูงวัย

วันนี้เป็นวันของพวกเราชาว สว. ครับ 😊 เลยอยากชวนคุยเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ เรื่องหนึ่ง ที่เราอาจไม่ค่อยนึกถึงเวลาพูดถึงการดูแลสุขภาพ นั่นคือ “เสียงของเรา”

จริง ๆ แล้วเสียงไม่ได้เกิดจากเส้นเสียงสองข้างเพียงอย่างเดียวครับ เวลาที่เราพูด ร้องเพลง หัวเราะ หรือเรียกใครสักคน ร่างกายต้องอาศัยการทำงานร่วมกันหลายอย่าง ตั้งแต่การหายใจ กล่องเสียง เส้นเสียง ลิ้น กราม ช่องปาก การได้ยิน สมอง ไปจนถึงกล้ามเนื้อและการควบคุมการเคลื่อนไหว
เมื่ออายุมากขึ้น ระบบเหล่านี้บางส่วนก็เปลี่ยนแปลงตามวัยได้ ผมเลยลองรวบรวมเป็น 9 เรื่องง่าย ๆ ที่อยากชวนพวกเราใส่ใจ เพื่อให้ยังใช้เสียงได้อย่างเหมาะสมและมีความสุข
เลข 9 ไม่ใช่สูตรทางการแพทย์นะครับ
😄 เพียงแต่จัดหมวดให้จำง่าย ตั้งแต่เรื่องลมหายใจ การใช้เสียง สุขภาพโดยรวม ไปจนถึงสมอง อารมณ์ และการใช้เสียงเพื่อเชื่อมโยงกับคนอื่น

I. หายใจให้สบาย ใช้ลมให้เป็น 🌬️
ไม่จำเป็นต้องสูดลม “ลึกที่สุด” หรือพยายามเอาลมเข้าให้เต็มปอดทุกครั้งครับ เพราะลมมากไม่ได้แปลว่าเสียงจะดีขึ้น
สิ่งสำคัญคือ หายใจเข้าอย่างสบาย ไม่ยกไหล่หรือเกร็งเกินจำเป็น แล้วจัดการลมที่ออกมาให้สัมพันธ์กับประโยคที่เราจะพูดหรือร้อง การหายใจเพื่อใช้เสียงเป็นเรื่องของการประสานงาน ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครสูดลมได้เยอะกว่า
จำง่าย ๆ ว่า ลมไม่ต้องเยอะ แต่ต้องใช้ให้เป็น

II. ดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่ต้องเข้าใจให้ถูก 💧
ข้อนี้อยากย้ำเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันได้ง่าย
น้ำที่เราดื่มไม่ได้ไหลไปเคลือบเส้นเสียงโดยตรง เวลากลืน น้ำจะเข้าสู่หลอดอาหาร ไม่ใช่หลอดลม เพราะฉะนั้น ดื่มน้ำหนึ่งแก้วไม่ได้หมายความว่าน้ำแก้วนั้นจะลงไปทำให้ผิวเส้นเสียงชุ่มทันที
น้ำที่ดื่มจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และมีส่วนในการรักษา สมดุลน้ำของร่างกายโดยรวม (systemic hydration) ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะน้ำของเนื้อเยื่อต่าง ๆ รวมถึงเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสียง
ดังนั้น สิ่งที่พูดได้อย่างเหมาะสมกว่าคือ ภาวะขาดน้ำไม่เป็นผลดีต่อการทำงานของเสียง ไม่ใช่ “ยิ่งดื่มน้ำมาก เสียงยิ่งดี”
ดื่มให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายก็พอครับ และใครที่แพทย์จำกัดน้ำจากโรคหัวใจ โรคไต หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ต้องยึดคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก

III. ไม่ต้องพยายาม “เปิดคอ” ให้ใหญ่ แต่ลดแรงเกร็งที่ไม่จำเป็น 🗣️
เวลาจะร้องเสียงสูงหรืออยากให้เสียงดัง หลายคนอาจเริ่มยกคาง กัดกราม ดึงลิ้น เกร็งคอ หรือยกไหล่โดยไม่รู้ตัว
ไม่ได้หมายความว่ากล้ามเนื้อเหล่านี้ต้อง “ผ่อนคลายหมด” นะครับ เพราะการพูดและการร้องเพลงก็ต้องใช้กล้ามเนื้อ สิ่งที่เราต้องการคือ ลดแรงส่วนเกินที่ไม่จำเป็น และให้ลิ้น กราม คอ กล่องเสียง และทางเดินเสียงทำงานประสานกันอย่างเหมาะสม
เพราะฉะนั้น คำว่า “เปิดคอ” ถ้าจะเข้าใจให้ง่ายและไม่หลงทาง ผมอยากให้คิดว่า อย่าไปบีบหรือเกร็งสิ่งที่ไม่จำเป็น มากกว่าพยายามทำช่องในคอให้กว้างที่สุด

IV. พูดให้ชัด ไม่จำเป็นต้องพูดให้ดัง 📣
อันนี้สำคัญกับพวกเรา สว. มากครับ
พอคนฟังบอกว่า “อะไรนะ ไม่ได้ยิน” เรามักแก้ด้วยการเพิ่มความดังทันที แต่บางครั้งปัญหาอาจมาจากเสียงรบกวน ระยะห่าง การออกคำ หรือแม้แต่การได้ยินของผู้พูดและผู้ฟังเอง
ลอง หันหน้าเข้าหาคนฟัง พูดด้วยความเร็วพอเหมาะ ออกคำให้ชัด และลดเสียงโทรทัศน์หรือเสียงรอบข้าง ก่อนที่จะใช้วิธีตะโกน
และถ้ารู้สึกว่าเสียงเบาลงหรือเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ก็ไม่ควรคิดว่า “แก่แล้วก็อย่างนี้แหละ” เสมอไป เพราะอาจมีสาเหตุอื่นที่ควรได้รับการตรวจครับ

V. ร้องเพลงอย่างสม่ำเสมอ แต่ร้องให้เหมาะกับตัวเอง 🎶
ข้อนี้ขาดไม่ได้ครับ 😄
แต่เราไม่ได้ร้องเพลงเพราะเชื่อว่า “ร้องเพลงแล้วไม่แก่” นะครับ อันนั้นพูดเกินหลักฐานไป
ความน่าสนใจของการร้องเพลงคือ กิจกรรมเดียวทำให้เราต้อง หายใจ ฟัง ควบคุมเสียง จำเนื้อ ใช้ภาษา จับจังหวะ ประสานการเคลื่อนไหว และถ่ายทอดอารมณ์ หลายระบบจึงต้องทำงานร่วมกันในเวลาเดียวกัน
ไม่จำเป็นต้องแข่งกันร้องสูงหรือร้องดัง เลือกเพลงและคีย์ที่เหมาะกับเสียงของเรา ร้องในระดับที่สบาย และพักเมื่อเริ่มล้า
สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่า วันนี้เราร้องได้สูงแค่ไหน แต่เราใช้เสียงได้อย่างเหมาะสม และยังมีความสุขกับการร้องเพลงหรือไม่

VI. อย่าฝืนเสียงจนมันประท้วง 🚭
บุหรี่และควัน การตะโกนเป็นเวลานาน การใช้เสียงหนักต่อเนื่อง หรือการฝืนร้องทั้งที่เสียงเริ่มเจ็บหรือล้า ล้วนเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
วันไหนเสียงไม่พร้อม การพักก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเสียง ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของคนร้องเพลงครับ
โดยเฉพาะถ้าเสียงแหบต่อเนื่อง เจ็บขณะออกเสียง กลืนลำบาก หายใจผิดปกติ หรือเสียงเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน อย่ารีบสรุปเองว่าเป็นเพราะอายุ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงตามความเหมาะสม

VII. ดูแลร่างกาย เพราะเสียงไม่ได้แยกออกจากร่างกาย 🚶‍♀️
เสียงไม่ใช่อวัยวะชิ้นหนึ่งที่เราจะแยกออกมาดูแลต่างหากครับ
การเคลื่อนไหวและออกกำลังกายตามความสามารถ การนอนหลับ โภชนาการ การดูแลสุขภาพช่องปาก การได้ยิน และการดูแลโรคประจำตัว ล้วนเกี่ยวข้องกับความสามารถในการสื่อสารและการใช้เสียงของเราได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม
สำหรับคนร้องเพลง ผมชอบคิดง่าย ๆ ว่า
เครื่องดนตรีชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ในกล่อง — เครื่องดนตรีชิ้นนี้คือตัวเราเอง
เพราะฉะนั้น ดูแลเครื่องดนตรีทั้งชิ้นครับ ไม่ใช่ดูแลเฉพาะเส้นเสียงสองข้าง

VIII. เวลาร้องเพลง สมองไม่ได้อยู่นิ่ง ๆ นะครับ 🧠❤️
ลองคิดดูครับว่าเพลงหนึ่งเพลง เราต้องทำอะไรพร้อมกันบ้าง
ต้องจำเนื้อ รู้ว่าท่อนต่อไปคืออะไร ฟังระดับเสียง จับจังหวะ ควบคุมลมหายใจ ออกเสียงภาษา และสั่งร่างกายให้ทำทั้งหมดนี้ให้ตรงเวลา
บางเพลงอินโทรขึ้นมาแค่สองห้อง ความทรงจำเมื่อ 30–40 ปีก่อนก็กลับมาแล้ว 😄
นี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของดนตรี แต่เราต้องระวังไม่พูดเกินหลักฐานว่า “ร้องเพลงแล้วป้องกันสมองเสื่อม” สิ่งที่พูดได้เหมาะสมกว่าคือ การร้องเพลงเป็นกิจกรรมที่ทำให้กระบวนการด้านการฟัง ภาษา ความจำ การเคลื่อนไหว และอารมณ์หลายด้านเข้ามาทำงานร่วมกัน

IX. ที่สำคัญ อย่าเก็บเสียงไว้ใช้คนเดียว 👥❤️
ร้องกับเพื่อน คุยกัน เล่าเรื่อง หัวเราะ ร้องเพลงที่เราเคยรักเมื่อหลายสิบปีก่อน หรือจะลองเรียนเพลงใหม่ที่ไม่เคยร้องมาก่อนก็ได้ครับ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เสียงไม่ได้มีไว้เพื่อร้องโน้ตให้ถูกอย่างเดียว
เสียงเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสาร การแสดงความรู้สึก การบอกเล่าเรื่องราว และการเชื่อมโยงตัวเรากับคนอื่น
นี่คือสิ่งที่ผมอยากฝากไว้ใน วันผู้สูงอายุสากล ปีนี้ครับ

เราไม่ได้ร้องเพลงเพราะคิดว่าการร้องเพลงจะหยุดความแก่ และผมก็ไม่คิดว่าเราจำเป็นต้องกลัวคำว่า “แก่”
แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น เรายังสามารถใส่ใจกับ ลมหายใจ เสียง ร่างกาย การเรียนรู้ และการเชื่อมโยงกับผู้คน เพื่อให้เรายังได้พูด ได้ร้อง ได้หัวเราะ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ และได้ใช้เสียงของเราอยู่ท่ามกลางคนอื่นต่อไป
อายุเพิ่มขึ้นได้ครับ...
แต่อย่าเพิ่งให้ “เสียงของเรา” เกษียณตามอายุ 😊🎶

สุขสันต์วันผู้สูงอายุสากลครับทุกคน ❤️🌿

เรียบเรียงและสังเคราะห์จากองค์ความรู้ด้าน Voice Science, Vocal Health, Singing และ Healthy Ageing รวมถึงองค์ความรู้ที่นำมาใช้พัฒนาโครงการ Sing to Stay Young โดยระมัดระวังไม่ขยายข้อสรุปเกินกว่าหลักฐานที่มีอยู่

อ.ศรินทร์ จินตนเสรี (PhD, Musicology)
Sing to Stay Young

1. Solo Singing

เรียนร้องเดี่ยวสำหรับผู้ใหญ่

เรียนร้องเพลงแบบตัวต่อตัว

มีเปียโนสดบรรเลงประกอบขณะเรียนพร้อมด้วยดนตรีรูปสำเร็จในคีย์เพลงที่ใช่สำหรับคุณเอง สามารถออกแบบการร้องตามความต้องการของผู้เรียนในบทเพลงหลากหลายแนว พร้อมพาคุณแสดงบนเวทีได้อย่างสง่างาม

  • สอนแบบตัวต่อตัว
  • คุณครูสอนด้วยเปียโน
  • บรรเลงด้วย Backing Track ในคีย์เพลงที่เหมาะกับผู้เรียน
  • ปรับปรุงท่าทางในการร้องให้ผู้เรียน
  • ในบรรยากาศสนุกสนาน และเป็นกันเอง

2. Group Singing (Chorus)

เรียนร้องกลุ่มแบบใส่เสียงประสาน

ร้องเพลงเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ และครอบครัว

เรียนร้องเพลงเป็นกลุ่มเล็กกับเพื่อน/ครอบครัวของคุณ ได้ฝึกทั้งการร้องเดี่ยวและได้พบกับเสน่ห์ของเสียงประสานที่ทำให้บทเพลงที่คุณชื่นชอบมีมิติขึ้นอย่างมากมาย

  • เพิ่มความสนิทสนมและช่วงเวลาที่ดีร่วมกัน
  • ได้ฝึกการร้องเดี่ยวและร้องประสาน
  • หลงรักกับเสน่ห์และความหัศจรรย์แห่งการประสานเสียง
  • ในบรรยากาศสนุกสนาน และเป็นกันเอง
  • ใช้เปียโนในการสอน

3. Play To Sing

เรียนเปียโนเพื่อการร้องเพลง

เรียนพื้นฐานเปียโนคอร์ดไปพร้อมๆ การเรียนร้องเพลง

เรียนพื้นฐานเปียโนคอร์ดพร้อมกับการเรียนร้องเพลง สามารถทำให้คุณเล่นเปียโนในมุมมองของนักร้อง

  • ได้เรียน 2 สิ่งพร้อมกันในคราวเดียว
  • เรียนแบบตัวต่อตัว
  • มีเปียโนให้สำหรับทั้งผู้สอนและผู้เรียน
  • เรียนในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
  • สามารถนำไปต่อยอดเพื่อเป็นนักเปียโนในระดับที่สูงขึ้นต่อไป

4. Voice Clinic

เช็คสุขภาพเสียง

รู้จักเสียงของคุณเองในมิติต่างๆ

ตรวจเช็คสุขภาพเสียงและได้รู้จักเสียงของคุณในมิติต่างๆ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพเสียงของท่านให้แข็งแรงโดยผ่านการร้องเพลงที่ท่านชื่นชอบ

  • ตรวจเช็คสุขภาพเสียง
  • แก้ปัญหาของการออกเสียงร้อง
  • โดยใช้เพลงที่ผู้เรียนชื่นชอบ
  • ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

5. Vocal Workshop

อบรมพิเศษด้านการร้องเพลง

จัดการอบรมภาคปฏิบัติการใช้เสียงเพื่อการร้องเพลง

จัดการอบรมภาคปฏิบัติเรื่องการใช้เสียงเพื่อการร้องเพลง อาทิ การร้องเพลงไทยให้เป็นไทย การร้องเพลงฝรั่งให้เป็นฝรั่ง การใช้อวัจนภาษาในการร้องเพลง การร้องเพลงพื้นบ้าน การแก้ปัญหาและดูแลสุขภาพเสียง ฯลฯ

  • เรียนภาคปฏิบัติในการใช้เสียง
  • คุณครูสอนด้วยเปียโน
  • สามารถเรียนเป็นกลุ่มได้
  • ในบรรยากาศสนุกสนาน และเป็นกันเอง

6. Choral Conducting

เรียนการทำวงประสานเสียง | และก้าวสู่การเป็นผู้อำนวยเพลงอย่างเต็มตัว

เรียนเพื่อเป็นผู้อำนวยเพลงในวงประสานเสียง

ให้ความรู้และฝึกการปฏิบัติในการเป็นผู้อำนวยเพลงในวงประสานเสียงรวมถึงความรู้ที่จำเป็นในการออกไปนำวงบนเวทีแสดงอย่างถูกต้องและมั่นใจ

  • เรียนเทคนิคของการเป็นผู้อำนวยเพลงจากผู้ที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชน
  • เป็นการเรียนแบบตัวต่อตัว
  • มีภาคปฏิบัติที่เข้มข้น
  • ในบรรยากาศสนุกสนาน และเป็นกันเอง

7. Personal MV

ออกมิวสิกวิดีโอบทเพลงของคุณเอง

สร้างมิวสิกวีดีโอของคุณอย่างมืออาชีพ

สร้างสรรค์ผลงานวิดีโอเพลงที่คุณร้องเองผ่านภาพเคลื่อนไหวในสถานที่ ที่คุณอยากไป เริ่มจากการบันทึกเสียงร้องและปรับแต่งเสียงให้สมบูรณ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งตัดต่ออย่างมืออาชีพ

  • ควบคุมการผลิตโดย อ.ศรินทร์
  • ใช้ทีมงานมืออาชีพ
  • สามารถร้องสดด้วยเปียโน หรือเครื่องดนตรีอื่นๆ หรือด้วย Backing Track
  • ถ่ายทำในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

8. Private Concert

มีคอนเสิร์ตเดี่ยวเป็นของคุณเอง

จัดคอนเสิร์ตร้องสดของคุณเอง

จัดคอนเสิร์ตร้องสดของคุณเองด้วยความหลากหลายของบทเพลงที่คุณชื่นชอบประทับใจที่บ้านดนตรี Sarin Music Home พร้อมมีดนตรีสดเล่นไปพร้อมการร้องของคุณ

  • ควบคุมโดย อ.ศรินทร์ อย่างใกล้ชิด
  • ใช้เพลงที่ท่านชื่นชอบ
  • ในบรรยากาศที่เป็นกันเองของผู้เข้าชม

9. Choral Arranging

ใส่เสียงประสานให้กับบทเพลงของคุณ

เรียบเรียงเสียงประสานให้บทเพลงที่คุณต้องการ

เรียบเรียงเสียงประสานให้บทเพลงที่คุณต้องการ พร้อมทำไกด์เสียงให้วงของคุณร้องตามได้

  • เรียนวิธีการหาเสียงประสาน
  • ฝึกการใช้เสียงเพื่อร้องไกด์ให้ทีมของคุณ
  • เรียนทฤษฎีดนตรีในเชิงลึก
  • เรียนในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
  • สามารถนำไปต่อยอดเพื่อเป็นผู้อำนวยการเพลงในอนาคต

10. Choral Advisory

แนะวิธีการจัดตั้งและคุมวงประสานเสียง

การจัดตั้งและคุมวงประสานเสียง

ให้คำปรึกษาในการทำวงประสานเสียงทุกรูปแบบและจัดการอบรมติวเข้มพัฒนาศักยภาพในการร้องของวงของท่าน

  • ให้คำปรึกษาในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวงประสานเสียง
  • ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี
  • ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

11. Singing Course for Executives

หลักสูตรการร้องเพลงสำหรับผู้บริหาร

การร้องเพลงของผู้บริหาร

เรียนร้องสำหรับผู้บริหาร (สอนนอกสถานที่) เพื่อขึ้นเวทีได้อย่างมั่นใจและไม่อายใคร

  • เรียนรู้ถึงวิธีร้องเพลงที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มความมั่นใจ
  • เรียนวิธีการแสดงออกของท่าทางกายในขณะกำลังร้องบนเวที
  • มีเปียโนให้สำหรับทั้งผู้สอนและผู้เรียน
  • เรียนในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
Join Us Now!!

สมัครเข้าเรียนกับเราเลยตอนนี้

หลักสูตรยอดนิยมของเรา

Our Popular Courses

[rev_slider alias="slider-poster"][/rev_slider]