Crystallize Your Talents
ให้เราเจียระไนเสียงร้องของคุณวันนี้
อ.ศรินทร์ จินตนเสรี
Experienced teacher
ทุกหลักสูตรออกแบบการสอนโดย อ.ศรินทร์ จินตนเสรี (Ph.D., Musicology, Mahidol University, Thailand และ Master of Art, Choral Conducting, University of Santo Tomas, Philippines) ด้วยประสบการณ์การสอนที่หลากหลาย...
Solo Singing
Group Singing
Play To Sing
Voice Clinic
Vocal Workshop
Choral Arranging
Private Concert
Personal MV
Fanpage: Sarin Music Home
🎶 วันแม่ปีนี้…ลองฟัง “พระคุณแม่” ผ่านศาสตร์ของการร้องประสานเสียง
ทุกคนฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกไหมครับว่า ไพเราะมาก ❤️
สำหรับผมในฐานะครูผู้สอนร้องเพลง นี่อาจเป็นหนึ่งใน เพลงแม่ที่ผมรู้สึกว่าเพราะที่สุดแห่งปีนี้ เลยอยากชวนฟังเวอร์ชันของ Sisters Time นักร้องหญิง 3 คน และลองวิเคราะห์ว่า ความไพเราะที่เราได้ยินนั้น “เกิดขึ้นจากอะไร?”
สิ่งแรกที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้ประสานเสียงด้วยวิธีเดียวตลอดเพลง แต่สลับวิธีตามอารมณ์และข้อความ อย่างน้อยเราจะได้ยินลักษณะสำคัญ เช่น
🎼 Homophony / Hymnal Style — สามแนวเสียงร้องถ้อยคำและจังหวะไปพร้อมกัน แต่คนละระดับเสียง จึงเกิดคอร์ดที่เต็มและสง่างาม
🎼 Lead + Supporting Harmony — คนหนึ่งทำหน้าที่นำ ขณะที่อีกสองเสียงรองรับ ทำให้ยังได้ยินทั้ง “ผู้เล่าเรื่อง” และความงามของ harmony
🎼 Polyphony / Counterpoint — แนวเสียงมีความเป็นอิสระมากขึ้น มีการเคลื่อนและโต้ตอบกัน ไม่จำเป็นต้องเดินพร้อมกันทุกโน้ต
🎼 Overlapping / Staggered Harmony — การเข้าเสียงเหลื่อมและรับส่งกัน ทำให้เพลงเกิด movement
🎼 Chordal Convergence / Resolution — แนวเสียงที่แยกกันกลับมารวมและลงพร้อมกันเป็นคอร์ด สร้างทั้งความเต็มและความรู้สึกคลี่คลาย
แต่สำหรับผม สิ่งที่พิเศษกว่าการเรียบเรียงเสียงประสาน คือคุณภาพของนักร้องทั้งสามคน
แต่ละคนมี Soloistic Identity ชัดเจน — มีน้ำเสียง บุคลิก การควบคุมลม การออกคำ และการสร้างอารมณ์ที่สามารถยืนเป็น Soloist ได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อมารวมกันกลับรู้จัก “ลดและปรับ” ตัวเองเพื่อสร้าง Choral Blend
ลองสังเกต Vibrato ครับ นักร้องไม่ได้ปล่อย vibrato ขนาดใหญ่ตลอดเวลา แต่รู้จักควบคุมความกว้างและความเด่นของ vibrato เพื่อไม่ให้เสียงใดเสียงหนึ่งหลุดออกจากคอร์ด
อีกสิ่งที่น่าสนใจมากคือ Timbre Matching แม้ในบางขณะนักร้องแต่ละคนอาจใช้สัดส่วนของ Head-dominant tone และ Chest-dominant tone ไม่เหมือนกัน แต่ยังสามารถปรับ vowel, resonance, brightness, dynamic และ articulation ให้ “สีของเสียง” อยู่ในครอบครัวเดียวกัน จนหูของเรารับรู้สามเสียงเป็น หนึ่ง Ensemble Sound
นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า Adaptive Ensemble Singing
ในมุมของ Sing to Stay Young การร้องแบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของกล่องเสียง แต่เป็นการทำงานร่วมกันของ ร่างกาย–ลมหายใจ–เสียง–resonance–การฟัง–สมอง–อารมณ์ และการสื่อสารกับผู้อื่นแบบ real-time
นักร้องที่ดีจึงไม่ใช่เพียงคนที่ “มีเสียงดี” แต่ต้องรู้ด้วยว่า
เมื่อใดควรเป็น Soloist และเมื่อใดควรเป็นส่วนหนึ่งของ Ensemble
สามเสียงยังคงมีตัวตนของตัวเอง แต่เมื่อรวมกันกลับสร้าง “เสียงที่สี่” — เสียงของ Ensemble ขึ้นมาได้อย่างงดงาม
🌷 และนั่นทำให้บทเพลงที่กล่าวถึง “แม่เพียงคนเดียวของเรา” ยิ่งมีความหมายเป็นพิเศษในวันแม่ปีนี้ครับ ❤️
เครดิต : วง Sisters' Time
🎙️ ทำไมบางคนพูดแล้ว "ฟังน่าเชื่อถือ" กว่า ทั้งที่พูดประโยคเดียวกัน?
หลายคนคิดว่า...
👉 การพูดที่ดี คือการออกเสียงให้ถูกต้อง
แต่คลิปนี้กำลังชวนให้มองลึกกว่านั้น...
"วิธีการพูด" มีผลต่อภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และความประทับใจของผู้ฟัง ไม่แพ้ "สิ่งที่เราพูด"
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🎯 สรุปสาระจากคลิป
โดย Trainer Ben
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ผู้บรรยายใช้ ประโยคภาษาอังกฤษประโยคเดียวกัน แต่สาธิตการพูด 5 ระดับ เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของคุณภาพการสื่อสาร
🔴 1️⃣ ระดับ Beginner
▪️ พูดเป็นคำ ๆ
▪️ จังหวะสะดุด
▪️ ขาดการเชื่อมเสียง
▪️ ฟังแข็งและไม่เป็นธรรมชาติ
🟠 2️⃣ ระดับ Better
▪️ เริ่มเชื่อมคำได้มากขึ้น
▪️ จังหวะดีขึ้นกว่าระดับแรก
▪️ แต่ยังมีช่วงที่เสียงขาดตอน
🟡 3️⃣ ระดับ Good
▪️ การเชื่อมเสียงต่อเนื่องมากขึ้น
▪️ เริ่มมีการเน้นคำ (Word Stress)
▪️ ฟังลื่นไหลขึ้นอย่างชัดเจน
🟢 4️⃣ ระดับ Great
▪️ จังหวะการพูด (Speech Rhythm) ดีขึ้น
▪️ ทำนองเสียง (Prosody) เป็นธรรมชาติมากขึ้น
▪️ น้ำเสียงฟังดูมั่นใจและผ่อนคลาย
🔵 5️⃣ ระดับ Ultra Smooth
▪️ เชื่อมคำได้อย่างเป็นธรรมชาติ (Connected Speech)
▪️ จังหวะและทำนองเสียงไหลลื่น
▪️ ฟังคล้ายเจ้าของภาษา
▪️ ให้ความรู้สึกมั่นใจ น่าเชื่อถือ และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
📈 เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผู้บรรยายยังใช้ เส้นกราฟแทนการเคลื่อนไหวของเสียง
เส้นที่หักและขาดช่วง 👉 สะท้อนการพูดที่แข็งและไม่ต่อเนื่อง
ส่วนเส้นโค้งที่ต่อเนื่อง 👉 สะท้อนการเชื่อมเสียงและจังหวะการพูดที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติมากกว่า
✨ สารสำคัญของคลิป คือ การสื่อสารที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกเสียงให้ถูกต้องเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความลื่นไหลของเสียง จังหวะการพูด การเชื่อมคำ และทำนองเสียง ซึ่งล้วนส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของผู้พูด
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
💡 มุมมองเพิ่มเติม
ผมเห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่า
"คุณภาพของเสียง มีผลต่อการรับรู้ของผู้ฟัง"
แต่สำหรับผม คำถามที่สำคัญกว่าคือ...
❓ อะไรทำให้คนหนึ่งพูดได้ลื่นไหลกว่าอีกคน?
คำตอบ ไม่ได้อยู่ที่การขยับลิ้นหรือริมฝีปากเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายระบบในร่างกาย ได้แก่
🫁 ระบบหายใจ (Respiratory System)
เป็นแหล่งกำเนิดแรงลมสำหรับการเปล่งเสียง
🎙️ กล่องเสียง (Laryngeal System)
ควบคุมการสั่นของเส้นเสียง ระดับเสียง และคุณภาพของเสียง
👄 อวัยวะในการออกเสียง (Articulatory System)
เช่น ลิ้น ริมฝีปาก ขากรรไกร และเพดานปาก ทำหน้าที่สร้างเสียงพูดให้ชัดเจน
🧠 ระบบประสาท (Neuromotor Control)
เป็นผู้ควบคุมและประสานการเคลื่อนไหวทั้งหมดให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม่นยำ และเป็นจังหวะ
เมื่อทุกระบบทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ
✨ เสียงจะฟังลื่นไหล
✨ ใช้แรงน้อยลง
✨ ควบคุมจังหวะได้ดี
✨ และสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ในทางกลับกัน...
หากการประสานงานของระบบเหล่านี้ลดลง ไม่ว่าจะเกิดจากความเครียด ความเหนื่อยล้า หรือการเปลี่ยนแปลงตามวัย
เสียงก็อาจเริ่ม
▪️ แข็งขึ้น
▪️ ขาดความต่อเนื่อง
▪️ ควบคุมจังหวะได้ยาก
▪️ เน้นเสียงได้ไม่สม่ำเสมอ
แม้ว่าจะยังออกเสียงคำศัพท์ได้ถูกต้องก็ตาม
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🎵 แล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ "การร้องเพลง" อย่างไร?
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
คำตอบคือ...
การร้องเพลงใช้หลักการพื้นฐานเดียวกับการพูด คืออาศัยการทำงานร่วมกันของ
🫁 ระบบหายใจ
🎙️ กล่องเสียง
👄 อวัยวะในการออกเสียง
🧠 ระบบประสาท
แต่การร้องเพลงต้องควบคุมองค์ประกอบเหล่านี้ได้ละเอียดกว่าการพูด ทั้ง
🎼 ระดับเสียง (Pitch)
🥁 จังหวะ (Rhythm)
🔊 ความดัง (Dynamics)
❤️ การถ่ายทอดอารมณ์ (Expression)
กล่าวได้ว่า...
การร้องเพลงเป็นการใช้เสียงในรูปแบบที่ซับซ้อนกว่าการพูด เพราะต้องอาศัยการประสานงานของร่างกายและระบบประสาทอย่างละเอียดในทุกช่วงเวลา
ดังนั้น การฝึกร้องเพลงจึงไม่ใช่เพียงการฝึกให้ "ร้องเพลงเป็น"
แต่ยังเป็นการฝึกการควบคุมลมหายใจ การประสานการเคลื่อนไหว และการควบคุมระบบประสาทผ่านการใช้เสียงอย่างเป็นระบบ
จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคน เมื่อฝึกร้องเพลงอย่างถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอ จะพบว่า
✅ เสียงพูดดีขึ้น
✅ ควบคุมลมหายใจได้ดีขึ้น
✅ บุคลิกภาพในการสื่อสารดีขึ้น
✅ และมีคุณภาพการใช้เสียงที่ดีขึ้นในชีวิตประจำวัน
💬 เพราะเสียงที่ดี ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ของการฝึกพูดหรือฝึกร้องเพลง แต่เป็นผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันของร่างกายและระบบประสาททั้งระบบ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📝 สรุปและวิเคราะห์โดย
อาจารย์ศรินทร์ จินตนเสรี (PhD Musicology)
#SingToStayYoung #VoiceExercise #HealthyVoice #HealthyAging #SpeechScience #ConnectedSpeech #Prosody #VoiceMobility #Neuroscience #Musicology #การใช้เสียง #การร้องเพลง
🎤 ใช้เสียงอย่างไร...ให้ใช้ได้นาน และใช้ได้อย่างมีคุณภาพ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมมีโอกาสได้ชมคลิปให้ความรู้จาก Voice Clinic โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นคลิปที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเสียงได้อย่างครบถ้วน เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้เสียงเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง ครู นักพูด หรือผู้ที่ใช้เสียงในการทำงาน
จึงอยากนำมาสรุป พร้อมแบ่งปันมุมมองเพิ่มเติมในฐานะผู้สอนด้าน Voice Science และผู้ศึกษาการใช้การร้องเพลงเพื่อส่งเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะในผู้สูงวัย
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
👩⚕️ ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 2 ท่านในคลิป ทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร?
🔹 ผศ.พญ.ฉันทิชา โชติกวณิช
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิก และโรคของกล่องเสียง ทำหน้าที่ตรวจวินิจฉัย ค้นหาสาเหตุของความผิดปกติของเส้นเสียง วางแผนการรักษา ทั้งการใช้ยา การผ่าตัดเมื่อจำเป็น และประเมินว่าผู้ป่วยควรได้รับการฟื้นฟูเพิ่มเติมหรือไม่
🔹 น.ส.หทัยกานต์ สนธิชัย
นักแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมาย (Speech-Language Pathologist)
ทำหน้าที่ฟื้นฟูและฝึกการใช้เสียง (Voice Therapy) ช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้การใช้เสียงอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้แรงเกินจำเป็น และสามารถกลับไปใช้เสียงในชีวิตประจำวันหรือการทำงานได้อย่างปลอดภัย
💡 ทั้งสองวิชาชีพทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
แพทย์ดูแลเรื่อง การวินิจฉัยและการรักษา
นักแก้ไขการพูดดูแลเรื่อง การฟื้นฟูและการปรับวิธีใช้เสียง
ทั้งสองส่วนจึงมีบทบาทที่แตกต่างกัน แต่ส่งเสริมกันอย่างสมบูรณ์
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📚 สรุปประเด็นสำคัญจากคลิป
✅ การใช้เสียงหนัก หรือแม้แต่การร้องเพลง ไม่ได้ทำให้เส้นเสียงเสียเสมอไป หากใช้เสียงอย่างมีประสิทธิภาพ
✅ ปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้เสียงที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนเกิดแรงกดและแรงกระแทกต่อเส้นเสียงมากเกินไป
✅ การดูแลสุขภาพเสียง (Vocal Hygiene) เป็นพื้นฐานที่สำคัญ เช่น
💧 ดื่มน้ำให้เพียงพอ
😴 นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
🚭 หลีกเลี่ยงบุหรี่และสิ่งระคายเคือง
🍽️ ระมัดระวังภาวะกรดไหลย้อน
😌 จัดการความเครียด
✅ ควร Warm-up ก่อนใช้เสียง และ Cool-down หลังใช้เสียงหนัก เพื่อเตรียมและฟื้นฟูระบบการออกเสียง
✅ หากมีอาการเสียงแหบเรื้อรัง หรือใช้เสียงแล้วผิดปกติ ไม่ควรปล่อยไว้ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ เพื่อค้นหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🌱 แล้วคำถามที่น่าสนใจคือ...
"การดูแลสุขภาพเสียง" สิ้นสุดเพียงแค่การไม่มีโรคของเส้นเสียงจริงหรือ?
ข้อมูลจากทีม Voice Clinic โรงพยาบาลศิริราช ทำให้เราเข้าใจหลักการดูแล การป้องกัน และการรักษาปัญหาของเส้นเสียงได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็น รากฐานสำคัญของการมีสุขภาพเสียงที่ดี
แต่เมื่อผมมองจากมุมของ Voice Science และการส่งเสริมสุขภาพในผู้สูงวัย ผมพบว่ายังมีอีกคำถามหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ
«หากเรามีสุขภาพเสียงที่ดีแล้ว เราจะใช้ "เสียง" เป็นเครื่องมือในการดูแลสุขภาพของทั้งร่างกายและสมองได้อย่างไร?»
คำถามนี้เอง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมศึกษาเรื่องการใช้เสียงในมิติที่กว้างกว่าการรักษา และอยากแบ่งปันมุมมองต่อไปนี้
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
💡 มุมมองเพิ่มเติมจากผม
หลายคนมักเข้าใจว่า "สุขภาพเสียง" หมายถึงการมีเส้นเสียงที่แข็งแรง
แต่ในความเป็นจริง
เสียงที่ดี ไม่ได้เกิดจากเส้นเสียงเพียงอย่างเดียว
การสร้างเสียงเป็นผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันของหลายระบบในร่างกาย ได้แก่
🫁 ระบบหายใจ
🧠 ระบบประสาท
💪 กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว
🦴 การทรงตัวและโครงสร้างของร่างกาย
👂 ระบบการได้ยินและการรับรู้เสียง
😊 การควบคุมอารมณ์และการสื่อสาร
รวมถึงการประสานงานของทุกระบบให้ทำงานสอดคล้องกัน
ดังนั้น หากเราจะพูดถึง "สุขภาพเสียง" อย่างแท้จริง เราจึงควรมองสุขภาพของทั้งระบบ ไม่ใช่มองเฉพาะเส้นเสียงเพียงอย่างเดียว
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🎵 แล้วการร้องเพลงเกี่ยวข้องอย่างไร?
เมื่อมองจากหลัก Voice Science
การร้องเพลงไม่ใช่เพียงการเปล่งเสียง หรือกิจกรรมเพื่อความบันเทิง
แต่เป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายระบบพร้อมกัน ทั้ง
🫁 การหายใจ
🧠 การควบคุมของสมองและระบบประสาท
👂 การฟังและการรับรู้เสียง
🗣️ ภาษาและการสื่อสาร
💪 การควบคุมกล้ามเนื้อ
🦴 การทรงตัวและการเคลื่อนไหวของร่างกาย
😊 การแสดงออกทางอารมณ์
จึงอาจกล่าวได้ว่า
การร้องเพลงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการออกกำลังกายเสียง
เพราะไม่ได้ฝึกเฉพาะเส้นเสียง แต่เป็นการฝึกทุกระบบที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสียงไปพร้อมกัน
และเมื่อฝึกอย่างถูกหลักตามแนวทางของ Voice Science การร้องเพลงจึงไม่เพียงช่วยให้ใช้เสียงได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยส่งเสริมการหายใจ การประสานงานของระบบประสาท การควบคุมการเคลื่อนไหว และคุณภาพชีวิตโดยรวม โดยเฉพาะในผู้สูงวัย
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
❤️ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากคลิปนี้
สำหรับผม องค์ความรู้จากทีม Voice Clinic โรงพยาบาลศิริราช คือ "รากฐาน" ที่สำคัญของการดูแลสุขภาพเสียง
ส่วนสิ่งที่ผมพยายามศึกษาและต่อยอด คือการนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาขยายมุมมองว่า
เมื่อเรามีสุขภาพเสียงที่ดีแล้ว เราจะใช้การฝึกเสียงอย่างถูกหลัก เพื่อดูแลสุขภาพของทั้งร่างกายและสมองได้อย่างไร
เพราะท้ายที่สุดแล้ว
การดูแลเสียง ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเกิดปัญหา
แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพ การคงสมรรถภาพของร่างกาย และคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้เช่นกัน
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🌿 บทสรุป
คลิปของทีม Voice Clinic โรงพยาบาลศิริราช ทำให้เราเข้าใจว่า
"จะดูแลเส้นเสียงอย่างไร"
ส่วนสิ่งที่ผมอยากชวนทุกคนคิดต่อ คือ
"เมื่อเราดูแลสุขภาพเสียงได้แล้ว เราจะใช้เสียงนั้น เพื่อดูแลสุขภาพของทั้งร่างกายได้อย่างไร"
เพราะเสียงที่ดี...
ไม่ได้เป็นเพียงผลลัพธ์ของเส้นเสียงที่แข็งแรง
แต่เป็นผลลัพธ์ของร่างกายที่ทำงานร่วมกันอย่างสมดุล
และเมื่อเราใช้เสียงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผ่านกิจกรรมอย่างการร้องเพลง เสียงก็อาจกลายเป็น "เครื่องมือในการดูแลสุขภาพ" ที่ทรงคุณค่ากว่าที่หลายคนเคยคิดไว้
🎶 เสียงที่ดี จึงไม่ใช่เพียงเสียงที่ไพเราะ แต่คือเสียงที่สะท้อนถึงสุขภาพของทั้งร่างกายและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
สรุปและวิเคราะห์โดย อ.ศรินทร์ จินตนเสรี (PhD, Musicology)
1. Solo Singing
เรียนร้องเพลงแบบตัวต่อตัว
มีเปียโนสดบรรเลงประกอบขณะเรียนพร้อมด้วยดนตรีรูปสำเร็จในคีย์เพลงที่ใช่สำหรับคุณเอง สามารถออกแบบการร้องตามความต้องการของผู้เรียนในบทเพลงหลากหลายแนว พร้อมพาคุณแสดงบนเวทีได้อย่างสง่างาม
- สอนแบบตัวต่อตัว
- คุณครูสอนด้วยเปียโน
- บรรเลงด้วย Backing Track ในคีย์เพลงที่เหมาะกับผู้เรียน
- ปรับปรุงท่าทางในการร้องให้ผู้เรียน
- ในบรรยากาศสนุกสนาน และเป็นกันเอง
2. Group Singing (Chorus)
ร้องเพลงเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ และครอบครัว
เรียนร้องเพลงเป็นกลุ่มเล็กกับเพื่อน/ครอบครัวของคุณ ได้ฝึกทั้งการร้องเดี่ยวและได้พบกับเสน่ห์ของเสียงประสานที่ทำให้บทเพลงที่คุณชื่นชอบมีมิติขึ้นอย่างมากมาย
- เพิ่มความสนิทสนมและช่วงเวลาที่ดีร่วมกัน
- ได้ฝึกการร้องเดี่ยวและร้องประสาน
- หลงรักกับเสน่ห์และความหัศจรรย์แห่งการประสานเสียง
- ในบรรยากาศสนุกสนาน และเป็นกันเอง
- ใช้เปียโนในการสอน
3. Play To Sing
เรียนพื้นฐานเปียโนคอร์ดไปพร้อมๆ การเรียนร้องเพลง
เรียนพื้นฐานเปียโนคอร์ดพร้อมกับการเรียนร้องเพลง สามารถทำให้คุณเล่นเปียโนในมุมมองของนักร้อง
- ได้เรียน 2 สิ่งพร้อมกันในคราวเดียว
- เรียนแบบตัวต่อตัว
- มีเปียโนให้สำหรับทั้งผู้สอนและผู้เรียน
- เรียนในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
- สามารถนำไปต่อยอดเพื่อเป็นนักเปียโนในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
4. Voice Clinic
รู้จักเสียงของคุณเองในมิติต่างๆ
ตรวจเช็คสุขภาพเสียงและได้รู้จักเสียงของคุณในมิติต่างๆ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพเสียงของท่านให้แข็งแรงโดยผ่านการร้องเพลงที่ท่านชื่นชอบ
- ตรวจเช็คสุขภาพเสียง
- แก้ปัญหาของการออกเสียงร้อง
- โดยใช้เพลงที่ผู้เรียนชื่นชอบ
- ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
5. Vocal Workshop
จัดการอบรมภาคปฏิบัติการใช้เสียงเพื่อการร้องเพลง
จัดการอบรมภาคปฏิบัติเรื่องการใช้เสียงเพื่อการร้องเพลง อาทิ การร้องเพลงไทยให้เป็นไทย การร้องเพลงฝรั่งให้เป็นฝรั่ง การใช้อวัจนภาษาในการร้องเพลง การร้องเพลงพื้นบ้าน การแก้ปัญหาและดูแลสุขภาพเสียง ฯลฯ
- เรียนภาคปฏิบัติในการใช้เสียง
- คุณครูสอนด้วยเปียโน
- สามารถเรียนเป็นกลุ่มได้
- ในบรรยากาศสนุกสนาน และเป็นกันเอง
6. Choral Conducting
เรียนเพื่อเป็นผู้อำนวยเพลงในวงประสานเสียง
ให้ความรู้และฝึกการปฏิบัติในการเป็นผู้อำนวยเพลงในวงประสานเสียงรวมถึงความรู้ที่จำเป็นในการออกไปนำวงบนเวทีแสดงอย่างถูกต้องและมั่นใจ
- เรียนเทคนิคของการเป็นผู้อำนวยเพลงจากผู้ที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชน
- เป็นการเรียนแบบตัวต่อตัว
- มีภาคปฏิบัติที่เข้มข้น
- ในบรรยากาศสนุกสนาน และเป็นกันเอง
7. Personal MV
สร้างมิวสิกวีดีโอของคุณอย่างมืออาชีพ
สร้างสรรค์ผลงานวิดีโอเพลงที่คุณร้องเองผ่านภาพเคลื่อนไหวในสถานที่ ที่คุณอยากไป เริ่มจากการบันทึกเสียงร้องและปรับแต่งเสียงให้สมบูรณ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งตัดต่ออย่างมืออาชีพ
- ควบคุมการผลิตโดย อ.ศรินทร์
- ใช้ทีมงานมืออาชีพ
- สามารถร้องสดด้วยเปียโน หรือเครื่องดนตรีอื่นๆ หรือด้วย Backing Track
- ถ่ายทำในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
8. Private Concert
จัดคอนเสิร์ตร้องสดของคุณเอง
จัดคอนเสิร์ตร้องสดของคุณเองด้วยความหลากหลายของบทเพลงที่คุณชื่นชอบประทับใจที่บ้านดนตรี Sarin Music Home พร้อมมีดนตรีสดเล่นไปพร้อมการร้องของคุณ
- ควบคุมโดย อ.ศรินทร์ อย่างใกล้ชิด
- ใช้เพลงที่ท่านชื่นชอบ
- ในบรรยากาศที่เป็นกันเองของผู้เข้าชม
9. Choral Arranging
เรียบเรียงเสียงประสานให้บทเพลงที่คุณต้องการ
เรียบเรียงเสียงประสานให้บทเพลงที่คุณต้องการ พร้อมทำไกด์เสียงให้วงของคุณร้องตามได้
- เรียนวิธีการหาเสียงประสาน
- ฝึกการใช้เสียงเพื่อร้องไกด์ให้ทีมของคุณ
- เรียนทฤษฎีดนตรีในเชิงลึก
- เรียนในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
- สามารถนำไปต่อยอดเพื่อเป็นผู้อำนวยการเพลงในอนาคต
10. Choral Advisory
การจัดตั้งและคุมวงประสานเสียง
ให้คำปรึกษาในการทำวงประสานเสียงทุกรูปแบบและจัดการอบรมติวเข้มพัฒนาศักยภาพในการร้องของวงของท่าน
- ให้คำปรึกษาในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวงประสานเสียง
- ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี
- ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
11. Singing Course for Executives
การร้องเพลงของผู้บริหาร
เรียนร้องสำหรับผู้บริหาร (สอนนอกสถานที่) เพื่อขึ้นเวทีได้อย่างมั่นใจและไม่อายใคร
- เรียนรู้ถึงวิธีร้องเพลงที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มความมั่นใจ
- เรียนวิธีการแสดงออกของท่าทางกายในขณะกำลังร้องบนเวที
- มีเปียโนให้สำหรับทั้งผู้สอนและผู้เรียน
- เรียนในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
Our Popular Courses
(Chorus)
(Chorus)
Concert

