หลายๆปัจจัยที่ทำให้เป็นอุปสรรคว่า ทำไมถึงร้องไม่ได้ เช่น
1. หูมีปัญหา
- มีคนจำนวนน้อยมากๆที่ไม่สามารถร้องเพลงได้ เนื่องจากหูไม่สามารถฟังเสียงได้ถูกต้อง ซึ่งมันเป็นการทำงานเป็นระบบ คือ การฟัง-ประมวลผล-การเปล่งเสียงออกมา แล้วเมื่อประมวลออกมาแล้ว สามารถผลิตเสียงออกมาได้ตามที่ควรจะเป็นหรือไม่
2. การอยู่สันโดษ ชอบทำงานคนเดียว?
- การร้องเพลงประสานเสียง คือการทำงานเป็นทีม หากมีความเป็นสันโดษหรือชอบร้อง Solo อย่างเดียวก็คงยากที่จะอยู่ในวงประสานเสียงได้ ซึ่งก็จะเป็นเรื่องของทัศนคติ และเมื่อ Solo มาร้องประสานเสียง ปัญหาหลักๆเลยของคนที่จะมาออดิชัน เข้าวงประสานเสียง คือชอบร้อง Solo และพอมาอยู่ในวง เวลาร้องก็จะคิดว่าตัวเอง Solo อยู่ตลอดเวลา เลยทำให้เสียงของวงไม่เกิดความกลมกลืนเป็นเสียงเดียว ซึ่งก็ต้องใช้การปรับทัศนคติ คิดให้ถูกต้อง ซึ่งบางคนก็อาจจะไม่ชอบการร้องประสานเสียงไปเลยเพราะตัวเองไม่เด่นพอ สุดท้ายก็จะลาออกจากวงไปเพราะมีทัศนคติที่ไม่ตรงกัน
3. ความมีวินัยและอดทนในวง สำคัญไหม?
- วงประสานเสียงส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องการที่เสียงตัวเองร้องได้แล้ว แต่อีกเสียงหนึ่งยังร้องไม่ได้ ก็จะเกิดคำถามกับคนบางกลุ่มว่า ทำไมฉันต้องมานั่งรอ ซึ่งจุดนี้ ควรจะต้องมีวินัยและความอดทน ในการยอมรับฟังคนอื่น เนื่องจากเราทำงานกันเป็นทีม เราต้องอยู่ด้วยกันเป็นหมู่คณะนั่นเอง
ดังนั้นแล้ว ไม่เคยเรียนร้องเพลง จะร้องคอรัสได้ไหม คำตอบคือ ได้ ถ้า...หูไม่เพี้ยน หรือหูไม่ดี แต่ถ้าหากว่าผ่านการฝึกฝนทุกวัน จนพัฒนาเรื่องหูของตนเองแล้ว อาจจะมีสับสนไปร้องเสียงนั้นเสียงนี้บ้าง แต่สุดท้ายแล้วการซ้อมบ่อยๆ ฝึกฝนบ่อยๆ ย่อมทำให้ตนเองพัฒนาได้เช่นกัน
ว่ากันด้วย 6 เหตุผลที่ว่า ทำไม ฟิลิปปินส์ ถึงเป็นเลิศด้านการร้องประสานเสียง
1.วิถีความเป็นอยู่
- ประเทศฟิลิปปินส์ นับถือศาสนาคริสต์ เป็นเมืองขึ้นของสเปนมากว่า 400 ปี ต่อด้วยอเมริกาและญี่ปุ่น ทำให้ประเทศฟิลิปปินส์ มีการเปิดหูเปิดตาในหลายวัฒนธรรม จนกลายเป็นค่านิยมในเรื่องของการร้องเพลง ที่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกเขา
2.พรสวรรค์
- คนฟิลิปปินส์มี หู ที่ดีมากๆ ซึ่งการที่หูของเขาดีนั้น ทำให้เขาสามารถที่จะเลียนแบบเสียงในการร้องเพลงได้ เหมือนเจ้าของภาษาต่างๆนั้นๆ รวมถึง เซนต์ของจังหวะ และการออกเสียงของคนฟิลิปปินส์ จึงทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นพรสวรรค์ของพวกเขา
3. Passion หรือ ความรัก ความหลงใหล ในเสน่ห์ของการร้องเพลง
- ประเทศฟิลิปปินส์ไม่ได้แค่ชอบร้องเพลง แต่เขาร้องด้วยหัวใจของเขาจริงๆ ด้วยการที่ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ไม่ได้มีความมั่งคั่งอะไรมากนัก ศาสนาจึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และการร้องประสานเสียงจึงกลายเป็นเรื่องปกติ เป็นสิ่งที่ทำเพื่อศาสนา เพื่อชาติ เพื่อสถาบัน และทำให้ประเทศมีชื่อเสียง จนเกิดเป็น Priority ความสำคัญต้นๆ และเกิดเป็นวินัย ความอดทน ความมุมานะ จึงทำให้ Passion ที่ประเทศฟิลิปปินส์มี ลุล่วงสู่ความเป็นเลิศได้
4. East meets West ความลงตัวของความเป็นตะวันออกและตะวันตก
- สิ่งที่ชัดเจน คือภาษา ภาษา Tagalog เป็นภาษาดั้งเดิม ซึ่งถูกผสมกับภาษาสเปน จึงทำให้เกิดภาษาที่เรียกว่า Taglish เลยทำให้ภาษา Tagalog มีความเป็นสากล และมีเสน่ห์ อย่างไม่น่าเชื่อ
5. Repertoire บทเพลง
- บทเพลงในประเทศฟิลิปปินส์มีความหลากหลายมากมาย เพราะมี ผู้เรียบเรียงและผู้แต่งเพลง เป็นของตัวเอง…
จากบทความที่แล้วที่บอกว่าทำอย่างไรให้เสียงเราตื่น ในบทความนี้เราจะมาอธิบายเทคนิคว่า การที่เสียงของเราจะตื่นต้องทำอะไรกันบ้าง สำหรับการวอร์มเสียง
1. Physical & Mental Relaxation
คือการเตรียมร่างกายและจิตใจของเราให้พร้อม ในการที่จะวอร์มเสียง และทำกิจกรรมการร้องเพลงในวันนั้นๆ ซึ่งการวอร์มเสียงไม่ได้ต่างอะไรกับเราออกกำลังกาย หรือยืดเส้นยืดสาย ในกีฬาต่างๆ
2. Singing Organ Exercise
ซึ่งเกี่ยวกับการออกเสียงโดยตรง โดยใช้อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียง
3. Vocalise (Vocal Exercise)
ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการวอร์มเสียง ก็คือแบบฝึกหัดในการออกเสียง โดยเริ่มมีโน้ตเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยสามารถแบ่งเป็นแบบฝึกหัดย่อยๆ ที่ครูผู้สอนทั่วไปใช้ในการวอร์มเสียงได้ดังนี้
Ex.1 Open Throat (Hmm/Hng) การเปิดช่องคอ โดยใช้การ ฮึมม และ ฮังง
Ex.2 Vowels (A-อา/E-เอ/I-อี/O-โอ/U –อู) คือเสียงสระทั้งหลาย โดยอิงจากสระภาษาอิตาเลียนหรือละติน
Ex.3 Range Extension (การขยายช่วงเสียง) โดยใช้ โย โฮ
Ex.4 Articulation (สัทศาสตร์/การออกเสียง) คือ อวัยวะที่ใช้ในการสร้างเสียง นั่นคือ เสียงพยัญชนะ
ริมฝีปาก – b/p ร้องว่า พัม หรือ บัม
ริมฝีปากล่างหรือฟัน – f/v ร้องว่า ฟัม หรือ ฟา
ลิ้นและฟันบน – th ร้องว่า ธา ธอ
ลิ้นและเหงือก – l/s/sh ร้องว่า ลา ซา ชา
ขากรรไกร – g/k ร้องว่า กา โก
ช่องจมูก – ng ร้องว่า งา
Ex.5 Diaphragm (กะบังลม) เป็นแหล่งควบคุมที่เราใช้ในการซัพพอร์ท ใช้สระเสียงสั้น อะ เอะ อิ โอะ อุ เป็นต้น
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการยกตัวอย่างวิธีการวอร์มเสียง ซึ่งเคล็ดลับที่จะช่วยให้เสียงตื่น คือ การหัวเราะ จะช่วยให้เสียงของเราตื่นได้ไวมากขึ้น
คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนเราถึงตื่นมาแล้วมีเสียงที่ ไม่สดใส แห้งเครือ
เทคนิคการเรียบเรียงเสียงประสานเสียงสำหรับวงคอรัส
1. ให้ความสำคัญกับเสียงร้องเป็นหลัก
ต้องไม่คิดว่ากำลังเรียบเรียงให้วงดนตรี เนื่องจากเสียงมนุษย์ไม่ได้มีเทคนิคได้มากเท่าเครื่องดนตรี ต้องนึกถึงวิธีการว่า เรียบเรียงออกมาแล้ว นักร้องสามารถจะร้องได้หรือไม่
2. เรียบเรียงตามใจ หรือ ทำตามโจทย์
ในส่วนของการเรียบเรียงตามใจ
หัวใจสำคัญของการเรียบเรียงตามใจเลยคือ เอกลักษณ์ ของตนเอง โดยยังคงโครงสร้างเดิมของเพลงไว้ เพราะคือการเรียบเรียง ไม่ใช่แต่งใหม่ เพียงเรียบเรียงปรุงแต่งตามจุดที่เราอยากจะให้มันเป็น ซึ่งจะมีอิสระในการเรียบเรียง
ในส่วนของการเรียบเรียงตามโจทย์
สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ นักร้องคือใคร (หมายถึงช่วงอายุของนักร้อง) และความสามารถของนักร้องมีแค่ไหน ช่วงเสียงของวงอยู่ได้สูงสุดที่เท่าไหร่ คำนึงถึงนักร้องก่อน และมีการนำตัวอย่างแนวทางการเรียบเรียงมาให้ดูก่อน ว่าอยากได้ประมาณไหน อย่างไร
*** ในส่วนของปัญหาที่พบบ่อยคือการที่คอนดักเตอร์ ชอบไปเปลี่ยนวิธีการร้องของโน้ตที่ผู้เรียบเรียงทำมา ตรงนี้วิธีแก้ปัญหาคือการคุยกัน ซึ่งสามารถคุยกันได้ ตกลงกันได้อยู่แล้ว การที่คอนดักเตอร์จะปรับแก้โน้ต ของผู้เรียบเรียงจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร หากจะทำให้วงประสบความสำเร็จ หรือบทเพลงประสบความสำเร็จในการร้อง ... Arrangement ที่ดีจะนำพามาซึ่งความสำเร็จของวง ***
เราจะมาเรียนรู้วิธีการแบ่งเสียงว่า แต่ละเสียงช่วงเสียงเป็นอย่างไร
ทุกวันนี้มีการใช้คำว่า ออดิชัน ในส่วนมากกับรายการทีวี ซึ่งหมายถึงการคัดเลือก แต่ในการประสานเสียงคำว่า ออดิชัน หมายถึงใคร ที่จะเหมาะสมเข้าใจ
โดยปกติไม้บาตองจะมีไว้เป็นส่วนขยาย ทำให้มือยาวขึ้น สื่อสารกับคนในเรื่องของจังหวะ แต่การใช้ไม้บาตองจะใช้แค่กับวงดุริยางค์ หรือวงออร์เคสตรา เท่านั้น ในการร้องคอรัสคอนดักเตอร์จะไม่มีการใช้ไม้บาตอง เพราะไม่ได้ใช้จำนวนคนที่มาก แต่ในอีกกรณี คือวงออร์เคสตรา ที่มีนักร้องร่วมด้วย ทำให้จำนวนคนเยอะมากขึ้น คอนดักเตอร์สามารถใช้ไม้บาตองเพื่อควบคุมทั้งหมดได้
การทีโน้ตสองโน้ตขึนไปในระดับทีต่างกัน มารวมกัน จนกระทังเกิดความกลมกล่อมในโน้ตนันๆ นันก็คือนิยามการประสานเสียงในความคิดของผม ทังนีทังนันการประสานเสียงก็มีหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น Pop, Jazz, Classic, Musical, ไทยเดิม และพืนบ้านต่างๆ และการทีเรานําเอาสิงเหล่านีมาขัดเกลา จะทําให้แก่นแท้ของสิงเหล่านีออกมาชัดเจน
