แต่คือการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเสียงและคุณภาพชีวิตในวัยสูงอายุ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุวัยปลายหรือผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป กำลังเป็นกลุ่มประชากรที่เติบโตเร็วที่สุด
เมื่อพูดถึงการเตรียมพร้อมสู่สังคมสูงวัย หลายคนมักนึกถึงการดูแลหัวใจ กล้ามเนื้อ สมอง หรือการป้องกันโรคเรื้อรัง แต่ยังมีอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่มักถูกมองข้าม นั่นคือ “สุขภาพเสียง” ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยเริ่มมีอาการเสียงเบาลง พูดแล้วเหนื่อย เสียงสั่น หรือควบคุมการออกเสียงได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ทั้งระบบหายใจ กล้ามเนื้อ ระบบประสาท รวมถึงกล่องเสียงและสายเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปตามอายุ
แม้ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่กลับส่งผลโดยตรงต่อการสื่อสาร ความมั่นใจ การเข้าสังคม และคุณภาพชีวิต หลายคนเริ่มพูดน้อยลง หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม หรือสูญเสียความมั่นใจในการแสดงออกโดยไม่รู้ตัว
ด้วยเหตุนี้ แนวคิดเรื่อง “Vocal Longevity” หรือการดูแลสุขภาพเสียงระยะยาว จึงเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น โดยมองว่าสุขภาพเสียงเป็นส่วนหนึ่งของการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ไม่ต่างจากการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพสมอง และสุขภาพจิต ดร.ศรินทร์ จินตนเสรี ผู้เชี่ยวชาญด้าน Voice…
ชะลอวัยด้วยเสียงเพลง! รู้จัก 'Vocal Gym' ฟิตเนสหลอดเสียง แนวคิดนวัตกรรมดูแลสุขภาพแนวใหม่เพื่อผู้สูงวัย
ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่จากการก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) อย่างรวดเร็ว โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปทะลุกว่า 20% ของประเทศ ทว่าท่ามกลางการเตรียมพร้อมด้านสุขภาพกายและสมอง กลับมีวิกฤตเงียบหนึ่งที่มักถูกมองข้าม นั่นคือ “สุขภาพเสียง” ของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยเริ่มมีอาการเสียงเบาลง พูดแล้วเหนื่อย เสียงสั่น หรือควบคุมการออกเสียงได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ทั้งระบบหายใจ กล้ามเนื้อ ระบบประสาท รวมถึงกล่องเสียงและสายเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ซึ่งปัญหานี้บั่นทอนความมั่นใจและการเข้าสังคมของผู้สูงวัยโดยไม่รู้ตัว แต่กลับส่งผลโดยตรงต่อการสื่อสาร ความมั่นใจ การเข้าสังคม และคุณภาพชีวิต หลายคนเริ่มพูดน้อยลง หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม
จากประสบการณ์การทำงานคลุกคลีด้านเสียงมานานกว่า 10 ปี ของ ดร.ศรินทร์ จินตนเสรี ผู้เชี่ยวชาญด้าน Voice Science, และ Healthy Aging ในด้านการพััฒนาแนวทางดููแลสุุขภาวะผูู้้สููงวััยด้้วยพลัังแห่่งเสีียงเพลง และผู้พัฒนาหลักสูตรการออกกำลังกายเสียงสำหรับผู้สูงวัย โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยเพลงคณะนักร้องประสานเสียงศิริราชอาวุโส โรงพยาบาลศิริราช รวมทั้งเป็นผู้อำนวยการหลักสูตร และผู้บริหารบ้านดนตรี…
Choralization of Central Thai 'Kiao Khao' Folk Songs
ศิลป์สร้างสรรค์เพลงเกี่ยวข้าวสู่ประสานเสียงสากล
ยินดีต้อนรับผู้รักเสียงเพลงและผู้สนใจในศิลปวัฒนธรรมทุกท่านเข้าสู่บทความพิเศษบนเว็บไซต์ Sarin Music Home ในฐานะนักดนตรีวิทยาที่เฝ้าสังเกตปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของดนตรีมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงปรากฏการณ์ทางดนตรีที่นำ "เพลงเกี่ยวข้าว" ซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านภาคกลางอันเป็นรากเหง้าของวิถีชีวิตเกษตรกรไทย มาหลอมรวมเข้ากับศาสตร์การขับร้องประสานเสียงแบบตะวันตก การผสมผสานนี้ไม่ใช่เพียงการนำเพลงเก่ามาร้องใหม่ แต่เป็นกระบวนการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ที่เรียกว่า "การแปรอรรถรสสู่เพลงร้องประสานเสียง" หรือ Choralization ซึ่งริเริ่มและพัฒนาโดย ดร.ศรินทร์ จินตนเสรี ผู้เป็นดั่งสะพานเชื่อมโยงระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ากับนวัตกรรมทางดนตรีในระดับสากล
รากเหง้าและมานุษยดนตรีวิทยาของ "เพลงเกี่ยวข้าว" บทเพลงพื้นบ้านถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดกันมาแบบปากต่อปาก หรือที่เรียกว่า "มุขปาฐะ" ในสังคมเกษตรกรรมของไทย เพลงเกี่ยวข้าวเป็นบทเพลงสำหรับร้องเล่นของชาวนาในขณะลงแขกเกี่ยวข้าว เพื่อคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงาน และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ลักษณะเด่นของการแสดงเพลงเกี่ยวข้าวคือ ผู้แสดงทั้งสองฝ่ายจะแต่งกายด้วยชุดพื้นบ้าน มือหนึ่งถือรวงข้าว อีกมือหนึ่งถือเคียว ร้องโต้ตอบกันระหว่างพ่อเพลงและแม่เพลงในลักษณะการปฏิพากย์หรือเกี้ยวพาราสี โดยมี "ลูกคู่" คอยร้องรับ ทำท่ารำ และตบมือเป็นจังหวะ หรืออาจใช้เครื่องดนตรีประกอบจังหวะง่าย ๆ เช่น ฉิ่ง กรับ รำมะนา หรือตะโพน…
เรามักได้ยินกันอยู่เสมอๆ ว่า "ร้องเพลงจะมีความสุข" "เล่นดนตรีจะมีความสุข" และเราจะได้ยินกันต่อไปว่า มันมีสารในร่างกายอยู่ตัวหนึ่งในร่างกายที่เป็นสารแห่งความฟิน "โอ๊ย ฟินจังเลยวันนี้ ร้องเพลงมันช่างดีเหลือเกิน..."
พลังของสระ-พยัญชนะทั้ง 9 ตัวที่มีความสำคัญในการร้องเพลงไทย ในการร้องเพลงสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่แค่ทำนองของเพลงเท่านั้น แต่ยังสำคัญด้วยเรื่องการออกเสียงอักขระต่างๆ ให้ชัดเจน
การทำความเข้าใจกับแบบง่ายว่า เวลาที่คนพูดกันว่าคนนี้ร้องเพราะ คนนี้ร้องเพี๊ยนมันเกิดจากอะไร การร้องเพี๊ยนมีทั้งหมด 4 ข้อด้วยกัน ซึ่งได้แก่ 1.ร้องไม่ตรงโน้ต 2....
เริ่ม Content แรก ของบ้านดนตรีครูไนท์ ด้วยคำศัพท์สำหรับอวัยวะในการสร้างเสียง และตัวอย่างเส้นเสียงของผู้สอนเอง
เป้าหมายของการ Blending คือ การทำให้เสียงร้องจากหลายคนฟังดูเหมือนมาจากคนๆ เดียว หรือที่เรียกว่า One Voice
ทำอย่างไรให้คนฟังเราร้องเพลงจนจบแบบไม่ทรมาน? มีหลักวิธีการอยู่ 3 ข้อด้วยกัน คือ
1.ร้องถูกหรือไม่?
2.ร้องไพเราะหรือไม่?
3.ร้องมีเสน่ห์หรือไม่?
